การเสริมคางแล้วเบี้ยว เอียง ได้ทรงที่ถูกใจเพราะปัจจัยทางการแพทย์นั้น ควรรีบไปทำการแก้คางเบี้ยวโดยด่วน ก่อนที่พังผืดจะขึ้นเยอะ จนเกาะซิลิโคนเอาไว้จนแก้ไขอยาก เพราะแพทย์อาจจะเหลาซิลิโคนผิดขนาด หรือเกิดจากแพทย์ที่มีประสบการณ์น้อยก็เป็นได้
1. คางเบี้ยวตั้งแต่กำเนิด
อาการคางเบี้ยวตั้งแต่กำเนิดนั้น สามารถทำได้โดยการผ่าตัดศัลยกรรมคางเบี้ยว ด้วยการผ่าตัดขากรรไกรให้เข้ารูป เพราะผู้ป่วยนั้นเกิดมาพร้อมกับมีขากรรไกรล่างที่ไม่สมส่วน และมีโครงหน้าบางส่วนที่เอียงออกไป
2. พฤติกรรมที่ทำให้คางเบี้ยว
นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมบางอย่าง ที่พอทำไปนานๆ จนติดเป็นนิสัยแล้ว ก็อาจจะทำให้คางเบี้ยวได้ ยกตัวอย่างเช่น การวางคางพาดไว้บนขอบโต๊ะ รวมไปถึงการนั่งเท้าคาง ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้คางเบี้ยว
3. คางเบี้ยวเพราะศัลยกรรม
จริงๆ แล้ว บางคนอาจมีคางเอียงได้ หลังจากการทำศัลยกรรม โดยเราสามารถแยกสาเหตุออกได้เป็น 2 ส่วน นั่นก็คือเสริมคางแล้วเบี้ยวเพราะปัจจัยทางการแพทย์ และคางเบี้ยว หลังทำศัลยกรรมเพราะตัวคนไข้เอง
ใบหน้าสมส่วน เป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะส่งผลให้ใบหน้าสวย “คาง” เป็นส่วนประกอบของใบหน้ าส่วนล่าง ช่วยสร้างความสมดุลให้กับใบหน้า ปรับใบหน้าองค์รวมให้สวยสมส่วน ศัลยกรรมคาง เป็นการแก้และตกแต่งคางที่ไม่ได้รูป เช่น คางสั้น ไม่มีคาง รวมถึงการแก้คาง จากการศัลยกรรมคางมาก่อน ซึ่งการศัลยกรรมคาง มีด้วยกันหลายรูปแบบ ทั้งนี้จะทำคางแบบไหนดีนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้และการประเมินความเหมาะสมจากแพทย์ด้วยเช่นกัน MEDA
การฉีดสารเติมเต็มคางหรือฟิลเลอร์คางแทนการศัลยกรรมเสริมคางเป็นหัตถการที่ทำได้ง่าย ไม่เจ็บมาก บางกรณีก็ไม่เกิดอาการช้ำหรือบวม ไม่ต้องพักฟื้น อีกทั้งการใช้สารเติมเต็มฟิลเลอร์หรือการฟิลเลอร์คาง ยังเห็นผลลัพธ์ได้เร็ว เหมาะกับคนที่อยากทำแล้วสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเลย กลายเป็นว่าการใช้สารเติมเต็มฟิลเลอร์หรือการฟิลเลอร์คางเป็นที่นิยมและมียอดผู้ใช้สารเติมเต็มฟิลเลอร์เป็นจำนวนที่มากขึ้นในแต่ละปี
ทั้งนี้สารเติมเต็มชนิดที่ปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายก็มีระยะเวลาจำกัด ซึ่งคนไข้อาจจะต้องเติมเพิ่มเพื่อคงรูปหน้าที่สวย อิ่มฟูเอาไว้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคลนะคะ แต่ถ้าสารเติมเต็มที่ไม่ปลอดภัย ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน ทั้งทำให้เกิดการอักเสบบริเวณคาง ติดเชื้อ คางผิดรูป กรณีแบบนี้คนไข้จะต้องไปขูดหรือผ่าตัดเพื่อเอาสารเติมเต็มนั้นออก ทำให้เจ็บตัวซ้ำซ้อน เสียเวลาและเสียเงินเพิ่มถ้าหากอยากแก้คางใหม่
ฟิลเลอร์คางเกรดรอง ซิลิโคนเหลว สารไบโอ หรือพาราฟิน เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว สารเหล่านี้จะแทรกซึม หรือทำลายเนื้อเยื่อของร่างกาย จึงมักพบว่าในผู้ที่ฉีดสารเหล่านี้ จะมีลักษณะคางที่บวมแดง มีรอยบุ๋ม เป็นผิวส้ม เป็นก้อนๆ ทั้งที่คลำได้และมองเห็นด้วยตา หรือผิดรูปไปเลย นอกจากนั้นสารเหล่านี้ ยังไหลไปถึงใต้เหนียง หรือขอบกรามในบางท่านอื่นด้วย
ซึ่งการนำออกก็จะมีขั้นตอนที่ยากกว่า เพราะไม่สามารถฉีดสลายได้เหมือนฟิลเลอร์แท้ ต้องผ่าตัดนำสารเหล่านั้นออก
1. กินอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำมาก ๆ
2. งดรับประทานอาหารเสริมหรือยาที่มีคุณสมบัติเรื่องการแข็งตัวของเลือด ทั้งนี้คุณจำเป็นต้องแจ้งรายละเอียดก่อนเสริมคางกับทีมแพทย์ถึงยาและอาหารเสริม รวมทั้งสมุนไพรที่คุณรับประทานอยู่
3. กินอาหารให้พออิ่มก่อนเข้ารับการศัลยกรรม เพราะหลังการศัลยกรรมแล้วมักกินอะไรไม่ได้มาก
4 . แปรงฟัน บ้วนปากให้สะอาด ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
ดร.นพ.ธีรศักดิ์ แพทยาดิกุล
Dr.Teerasak Pattayadeekul
อาจารย์พิเศษ Dermatology and Regenerative medicine สำนักเวชศาสตรชะลอวัย ม.แม่ฟ้าหลวง / แพทย์ปริญญาเอก สาขา ผิวหนัง ศัลยกรรมผิวหนัง/เลเซอร์/ความงาม
พญ.ทวีพร ตรีประภากร
Dr.Thaweeporn Treepraphakorn
แพทย์สาขาศัลยกรรมความงาม/เลเซอร์/ปลูกผม
แพทย์ อเมริกันบอร์ดปลูกผม (ABHRS)
ลานนาวดีคลินิกมี 4 สาขาใกล้บ้านท่าน
📍สาขาเชียงใหม่ แยกดอนจั่น 574 ถนน เชียงใหม่-ลำปาง ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ Tel.053-230257 /062-3103797 /062-3103798
📍สาขาเชียงใหม่ ลานนาวดีคลินิก มีโชคพลาซ่า 206/17 ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่
Tel.053-230258 /062-3103799 /062-3103800
📍สาขากรุงเทพ รังสิต
📍สาขาพัทยา 194/5และ194/6 หมู่9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง , Chon Buri, Thailand, Chon Buri
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.